jump to navigation

การนำนก/สัตว์เลี้ยง สุนัข และแมว เดินทางกับสายการบินไทย พฤศจิกายน 18, 2009

Posted by thonglorpetcare in ขนาด การวัดขนาด.
Tags: , , , , , , , , , , , , ,
add a comment

การนำนก/สัตว์เลี้ยง สุนัข และแมว เดินทางกับสายการบินไทย 

การบินไทยอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว และนกขนาดเล็กเท่านั้นที่จะสามารถนำขึ้นเครื่องในส่วนของผู้โดยสาร (Passenger cabin) ได้ โดยที่สัตว์เลี้ยงเหล่านี้จะต้องขึ้นเครื่องไปพร้อมกับผู้โดยสาร

  1. สัตว์เลี้ยงที่จะนำขึ้นเครื่องบินจะต้องปราศจากกลิ่น ต้องมีสุขภาพสมบูรณ์และต้องไม่อยู่ในระหว่างมีครรภ์
  2. น้ำหนักตัวสัตว์เลี้ยงรวมกับน้ำหนักกรงเดินทาง (container/carrier) ต้องไม่เกิน 10 กิโลกรัม
  3. กรงเดินทาง (container/carrier) ต้องอยู่ในสภาพดีไม่มีรอยรั่วแตก
  4. ขนาดกรงเดินทาง (container/carrier) ไม่ควรเกิน 55x37x30 เซนติเมตร หรือ 22x15x12 นิ้ว
  5. กระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยง (Pet Bag) สามารถใช้แทนกรงเดินทาง (container/carrier) ได้ แต่ทั้งนี้กระเป๋าจะต้องได้มาตรฐานเดียวกับ กรงเดินทาง (container/carrier) และจะต้องมีความเหมาะสมพอที่จะไม่ปล่อยให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวสัตว์เลี้ยง โผล่ยื่นออกมานอกกระเป๋าได้
  6. ผู้โดยสารแต่ละคนสามารถนำกรงเดินทาง (container/carrier) ขึ้นเครื่องได้เพียงหนึ่งกรงและ ในกรงเดินทาง (container/carrier) นั้นจะอนุญาตให้มีสัตว์เลี้ยงได้ไม่เกิน 1 ตัว นกขนาดเล็กได้ไม่เกิน 2 ตัว
  7. ในแต่ละเที่ยวบินการบินไทยจะอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องได้เที่ยวละ 2 ตัวเท่านั้น ทั้งนี้นับรวม สุนัขสำหรับคนพิการ (escort dog) ด้วย
  8. สำหรับเครื่องขนาดเล็กเช่น B737 และ ATR การบินไทยอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องได้เพียงเที่ยวละ 1 ตัวเท่านั้น ทั้งนี้รวมถึงสุนัขสำหรับคนพิการ (escort dog)
  9. เนื่องจากกฎข้อบังคับของแต่ละประเทศเกี่ยวกับการนำสัตว์เดินทางเข้าประเทศนั้นๆ การบินไทยจะต้องทำการตรวจ เช็คกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

  10.  ผู้โดยสารที่เดินทางร่วมกับสัตว์เลี้ยงจะต้องถูกกำหนดให้นั่งในเก้าอี้ด้านติดหน้าต่าง ห้ามนั่ง ในส่วนที่เป็นทางออกฉุกเฉิน (emergency exit rows)

11.  อัตราค่าโดยสารของสัตว์เลี้ยงที่นำเดินทางในกรงเดินทาง (container/carrier) จะคิดราคาเป็น 2 เท่า ของอัตรากระเป๋าโดยสารส่วนเกิน

12.  การนำสัตว์เลี้ยงเดินทางผู้โดยสารจะต้องนำสัตว์เลี้ยงไปตรวจเช็คกระเป๋าในที่ต่างหากจากผู้โดยสารทั่วไป 

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวการการส่งสัตว์เลี้ยงทางอากาศลักษณะคาร์โก้ รวมทั้งอัตราค่าขนส่ง สอบถามได้ที่แผนกรับสินค้าขาออก โทร. 0-2535-3152-5 และสำหรับการนำสัตว์เลี้ยงร่วมเดินทาง สามารถติดต่อได้ที่กองสำรองที่นั่งผู้โดยสาร โทร.1566 หรือ 0-2628-2000

เนื่องจากสถานการณ์โลกในปัจจุบันทำให้การเดินทางโดยเครื่องบินจำเป็นต้องมีการป้องกันความปลอดภัยอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้อาจมีผลให้สายการบินต่างๆต้องมีการปรับปรุงนโยบายให้สอดคล้องกับสภาวะการเสมอ ดังนั้นการติดต่อสอบถามสายการบินนั้นๆล่วงหน้า เพื่อวางแผนการเดินทางจึงมีความจำเป็นมาก

ข้อมูลได้รับความอนุเคราะห์จาก การบินไทย
ขอขอบคุณ คุณปณิธาน และ คุณ ชนัฏตา แห่งการบินไทย 

by Thonglorpetcare
Product PetCargo,กระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยง,กล่องใส่สุนัข,Cave

วิธีการเลือก อาหารสุนัข และ แมว พฤศจิกายน 17, 2009

Posted by thonglorpetcare in สุขภาพ สุนัข และแมว.
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , ,
add a comment

วิธีการเลือก อาหารสุนัข และ แมว

           1.  ผ่านการรับรองแล้วจากกรมปศุสัตว์
ขณะนี้อาหารสุนัขทุกประเภทจะต้องผ่านการขึ้นทะเบียนจากกรมปศุสัตว์
ไม่ว่าจะเป็นอาหารสุนัขสำเร็จรูปจากต่างประเทศหรือผลิตในไทยเองก็ตาม
จะต้องดูที่ฉลากข้างกระป๋อง หรือข้างถุงว่ามีทะเบียนอาหารสัตว์ถูกต้องหรือไม่เป็นสำคัญ
เพราะหากไม่มีเลขทะเบียน แสดงว่าอาหารนั้นไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์
ซึ่งอาจไม่ได้คุณภาพตามที่ได้ระบุไว้ที่ข้างถุง
ดังนั้น ขอให้ตรวจสอบฉลากว่ามีทะเบียนอาหารสัตว์ในฉลากเป็นสำคัญ
ถ้าไม่เป็นเลขทะเบียนก็ไม่ควรซื้อนะครับ
นอกจากนั้นแล้ว สำหรับอาหารต่างประเทศนั้นยังมีอีก 1 ตัวช่วย
คือให้ดูการรับรองของหน่วยงานระหว่างประเทศด้านอาหารสุนัข
นั้นคือ “การรับรองจาก AAFCO” ซึ่งถ้ามีข้อนี้ยิ่งสมบูรณ์แบบมากๆ

            2. หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูปชนิดแบ่งขายที่ดูไม่น่าไว้วางใจ
อาหารแบ่งขายมักจะไม่มีฉลาก ทำให้การตรวจสอบที่มาที่ไปได้ลำบาก
การเก็บรักษาก็ไม่ค่อยเรียบร้อย

            3. คำนึงถึงแหล่งโปรตีนที่ใช้ทำอาหาร
โปรตีนที่ใช้ในการทำอาหารสัตว์มักมาจากหลายแหล่ง
โดยเฉพาะโปรตีนที่เหลือจากผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์อื่นๆ เช่น เศษเนื้อไก่ หมู วัว เป็นต้น
โปรตีนจากเศษเนื้อย่อมสู้โปรตีนที่มาจากเนื้อสัตว์ชนิดเดียวโดยตรงไม่ได้

            4.  คำนึงคาร์โบไฮเดรตที่ใช้ทำอาหาร
นอกจากโปรตีนแล้ว สารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต ซึ่งได้แก่ แป้งกับน้ำตาลนั้น
ก็มีส่วนทำให้เกิดปัญหาแพ้อาหารไม่แพ้โปรตีนเหมือนกัน โดยเฉพาะในกลุ่มแป้ง
ซึ่งผู้ผลิตมักนิยมใช้ข้าวโพดเป็นสำคัญ ซึ่งเจ้าข้าวโพดนี้เองมักก่อให้เกิดปัญหาแพ้อาหารได้สูง
จึงควรหลีกเลี่ยงโดยเลือกชนิดที่มีข้าวเป็นองค์ประกอบจะดีกว่านะครับ เพราะสุนัขไม่ค่อยแพ้

             5.  ใช้สารกันบูดชนิดใด? ในการถนอมอาหาร
อาหารสุนัขสำเร็จรูปทุกชนิดจะต้องใส่สารถนอมอาหาร หรือสารกันบูดในอาหารด้วยกันทั้งนั้น
เพื่อถนอมอาหาร หรือเรียกง่ายๆ ใส่เพื่อให้อาหารเก็บได้นาน ซึ่งเจ้าสารกันบูดนี้
ปัจจุบันมีทั้งชนิดที่สังเคราะห์จากสารเคมี และชนิดที่ได้จากธรรมชาติ เช่น วิตามินซี และ อี
ซึ่งปัจจุบันกระแสธรรมชาติกำลังมาแรง ถ้าท่านใดนิยมกระแสธรรมชาติก็เลือกอาหารให้สุนัขได้ตามที่ชอบๆ นะครับ

            6. เช็ควันหมดอายุเพื่อประกันความสด
วันหมดอายุ หรือ Expired Date ที่มักย่อว่า EXP. Date นั้นแปลว่า ถ้าหลังจากวันนี้ไปแล้ว
แสดงว่าใช้ไม่ได้ เช่น ยาหมดอายุก็ใช้ไม่ได้แล้ว แสดงว่าเสื่อมคุณภาพ ไม่ควรใช้ในการรักษา
เช่นเดียวกับอาหารสัตว์ที่หมดอายุฉันใดก็ฉันนั้น
แต่มีอีกประเภทที่เขียนไว้ข้างถุงว่า Best before คำนี้หมายถึงว่า
“อาหารนี้จะดีที่สุดถ้าให้หมากินก่อนวันที่….” นั้นแปลว่า
ถ้าหลังจากวันที่…ไป ความดีของอาหารนี้ก็จะค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ
ซึ่งอย่างดีก็ ถ้าเจอเจ้าวันที่ Best Before…. ก็อย่าไปซื้อเลย เพราะคุณค่าอาหารลดลงไปแล้วครับ

            7.  กลิ่นอาหาร เมื่อท่านเปิดถุงอาหารแล้วพบกลิ่นเหม็นหืนโชยเข้าจมูก
ก็ขอให้รีบนำไปคืนหรือทิ้งไป เพราะแสดงว่าอาหารเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว

            8.  เปลี่ยนอาหารตัวใหม่ต้องใจเย็นๆ
เมื่อท่านตัดสินใจจะเปลี่ยนอาหารยี่ห้อใหม่ หรือยี่ห้อเดิมแต่สูตรใหม่ก็ตาม
ไม่แนะนำให้เปลี่ยนแบบผลีผลามด้วยการให้กินอาหารตัวใหม่เพียงอย่างเดียวล้วนๆ
เพราะจะมีผลต่อระบบย่อยอาหารของสุนัขได้ ขอแนะนำให้ใช้กลยุทธ์ค่อยเป็นค่อยไป
โดยค่อยๆ เพิ่มอาหารตัวใหม่ ทีแรกประมาณหนึ่งในสามส่วน บวกกับอาหารตัวเก่า สองในสามส่วน
ให้กินประมาณ 1 อาทิตย์ หลังจากนั้นก็ค่อยๆ เพิ่มอาหารตัวใหม่พร้อมทั้งลดอาหารตัวเก่าไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งสามารถถอดอาหารตัวเก่าออกจากเมนูประจำวันได้ในที่สุด

            9.  เฝ้าระวังอุจจาระหมาเมื่อเปลี่ยนอาหารใหม่
นอกจากจะต้องค่อยๆ เปลี่ยนอาหารตัวใหม่ตามข้อ 8 แล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องเฝ้าติดตามคือ
อุจจาระของสุนัขที่ออกมาด้วย ซึ่งควรอยู่ในสภาพไม่แข็งไม่เหลวจนเกินไป

เรียกง่ายๆ ว่าถ่ายเป็นปกติ ไม่ท้องผูกหรือท้องเสียนั่นเอง

          10.  ติดตามดูน้ำหนักตัวและขนตลอดเวลา
อาหารใหม่ที่ให้สุนัขตัวโปรดนั้น ถึงแม้จะรสชาติดี หมาชอบกิน แต่พบว่า กินแล้วน้ำหนักลด หรือขนร่วง
ก็ไม่ควรให้กิน เพราะแสดงว่าคุณภาพไม่ดี แนะนำให้เปลี่ยนอาหารนะครับ

          11.  หลีกเลี่ยงอาหารที่พิสดารเหนือการคาดเดา
หากท่านเกิดไปเจออาหารพิสดาร สูตรแปลกๆ ที่ไม่เคยพบเคยเห็น แล้วเกิดปิ๊งขึ้นมาว่า
น่าจะลองให้หมากินเพื่อรสชาติแปลกใหม่ ถ้าหากไม่มีรายงานทางการแพทย์ยืนยันว่าไม่มีผลเสียต่อสุขภาพสัตว์ประการใด
ก็ขออนุญาตอย่าลองเลยนะครับ ซึ่งหากสงสัย หรือไม่มั่นใจก็ขอให้ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนบริโภค

          12.  ที่เก็บอาหารก็ต้องทำให้ดี
ถึงแม้ท่านจะซื้ออาหารดีอย่างไร แพงระยับอย่างไร แต่ท่านนำมาตากแดดตากลม
รับรองอาหารนั้นจะเสียเร็วกว่าที่คิดไว้มาก ซึ่งที่ตามมาก็คือ อาหารจะเหม็นหืนและหมาจะไม่ยอมกิน
ดังนั้นจึงควรมีภาชนะที่ใส่อาหารที่มีฝาปิดอย่างดีเพื่อกันชื้น ที่สำคัญต้องเก็บในที่แห้งไม่ตากแดด

          13.  ต้องมีน้ำให้กินอย่างสม่ำเสมอ
อย่าลืมนะครับว่า นอกจากอาหารแล้ว เจ้าตูบตัวโปรดก็ยังต้องการน้ำดื่มตลอดเวลา ขาดไม่ได้
คุณภาพน้ำดื่มก็ควรสะอาด ชนิดที่คนก็สามารถกินได้นะครับ อย่างน้อยก็ควรเป็นน้ำประปา
ไม่ใช่น้ำจากบ่อบัว อ่างปลา หรือน้ำคลอง

          14.  ควรซื้อจากร้านขายอาหารสัตว์ที่น่าเชื่อถือ
สำคัญมากไม่แพ้อาหารสัตว์ก็คือ แหล่งจำหน่ายอาหารสัตว์ที่จำเป็นต้องเป็นร้ายที่น่าเชื่อถือ
คนขายวางใจได้ ไม่ใช่ประเภทขาจรตีหัวเข้าบ้าน แวะเวียนมาขายไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง
เพราะหากเกิดปัญหาขึ้น ไม่รู้จะไปเอาเรื่องเอาราวกับใคร

by Thonglorpetcare  PetShop Online
Product Hill’s science diet,Royal Canin,Eukanuba,Chicken Soup,Avoderm,Nutro Choice,Pinnacle,Cesar,Tresor,Esbilac,อาหารสุนัข,อาหารหมา,dog food,puppy,adult,mature,healthy development

อายุ กับนิสัยสุนัข พฤศจิกายน 17, 2009

Posted by thonglorpetcare in คว่ามรู้ทั่วไป.
Tags: , , , , , , , , , , , , , ,
add a comment

อายุ กับนิสัยสุนัข
                   สุนัขก็เหมือนกับคนที่อาจมีทั้งที่นิสัยดี และไม่ดี สุนัขบางพันธุ์อาจมีนิสัยก้าวร้าว ชอบแสดงพฤติกรรมนักรบ แย่งชิงความเป็นจ่าฝูง ก่อให้เกิดความปวดหัวแก่เจ้าของ เป็นเนืองนิตย์ เจ้าของจึงควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมสุนัขตั้งแต่ยังเล็กว่า มีแนวโน้มที่จะ ก้าวร้าวเมื่อโตขึ้นหรือไม่ เช่น เมื่อนำสุนัขตัวใหม่มาเลี้ยง มันขู่คำราม ไม่เป็นมิตรหรือไม่ หรือเมื่อเจอคนแปลกหน้า มันขู่คำรามหรือไม่ หรือเมื่อออกไปนอกบ้าน มันไปเที่ยวข่มขู่สุนัขที่ตัวเล็กกว่าหรือไม่ ถ้าคำตอบคือ “ใช่” แสดงว่า สุนัขของคุณมี แนวโน้มที่จะก้าวร้าวในอนาคต การฝึกให้สุนัขเชื่อฟังคำสั่งจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่าง ยิ่ง เพื่อจะได้ควบคุมสุนัขได้ และไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในภายหลัง ซึ่งการแก้ไขปัญหา ขณะสุนัขโตแล้ว ทำได้ยากมาก

                    ลูกสุนัขอายุ 28-35 วัน จะเริ่มแสดงพฤติกรรมทางสังคม คือ ลูกสุนัขจะเริ่มเล่น หยอกล้อกัน สุนัขที่ตัวโตกว่า จะแสดงการข่มขู่สุนัขตัวเล็ก แสดงความเป็นจ่าฝูงออกมา ระยะนี้ถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของพฤติกรรมสุนัข เพราะสุนัขจะมีพฤติกรรมในอนาคตเช่นไร จะขึ้นกับการเรียนรู้ และจดจำในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ เช่น ลูกสุนัขที่ถูกแกล้งให้ตกใจกลัว เมื่อโตขึ้นอาจกลายเป็นหมาขี้ระแวง หรือถึงขั้นเป็นหมาโรคประสาทได้ หากตกใจมากๆ หรือลูกสุนัขที่ตกใจเพราะเสียงดัง โตขึ้นอาจกลัวเสียงฟ้าร้อง หรือประทัด เป็นต้น 
                    ลูกสุนัขที่ถูกกักขัง หรือกีดกันไม่ให้พบปะผู้คน ในช่วงอายุ 3-10 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกสุนัขชอบที่จะเล่นซุกซนที่สุด มักจะไม่สามารถปรับตนให้เข้ากับสังคมทั้งคน และสุนัขด้วยกันเองได้ ที่ร้ายที่สุด คือ เมื่อเติบโตขึ้น มันอาจจะมีอาการทางประสาท ไม่ชอบพบปะผู้คน จนเจ้าของยากที่จะควบคุมได้ทีเดียว เพราะฉะนั้น ต้องระวังกันหน่อย 
                    สำหรับสุนัขเต็มวัยก็ชื่นชอบการเล่นเช่นกัน การเล่นทำให้สุนัขได้ออกกำลังกายไปในตัว และช่วยลดความเครียดของสุนัข อย่าลืมว่า สุนัขนั้นเคยเป็นสัตว์ป่ามาก่อน เคยมีพฤติกรรมที่จะต้องออกล่าหาอาหาร ถ้าให้สุนัขจับเจ่าอยู่กับบ้าน อาจทำให้สุนัขเครียดได้ โดยสุนัขแต่ละพันธุ์มีการเล่นที่โปรดปรานแตกต่างกันไ ป ทั้งนี้ขึ้นกับพฤติกรรมของบรรพบุรุษของแต่ละสายพันธุ์ การเลี้ยงที่ไม่ถูกต้องในวัยเด็ก อาจทำให้ลูกสุนัขพัฒนาเป็น สุนัขเต็มวัยที่มีพฤติกรรมผิดเพี้ยนไป เช่น เข้ากับสุนัขอื่นไม่ได้ แสดงอาการดุร้าย ฉุนเฉียว เมื่อเผชิญกับคนแปลกหน้า กัดเจ้าของ หรือแม้กระทั่งเป็นโรคกลัวเฉพาะอย่าง (Phobias) อาทิ กลัวเสียงดัง เสียงฟ้าผ่า เป็นต้น ถ้าสุนัขคุณ มีอาการเช่นนี้ จำเป็นต้องได้รับ คำปรึกษาจากสัตวแพทย์ แต่ทางที่ดีป้องกันแต่เนิ่นๆ โดยการรักและเอาใจใส่สุนัข พยายามเข้าใจธรรมชาติของสุนัข ฝึกให้เชื่อฟังคำสั่ง แค่นี้ คุณก็จะมีสุนัขที่น่ารักตลอดไป

”การสอนสุนัขให้มีนิสัยดีไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องอาศัยความเข้าใจจากผู้ปกครอง”

by Thonglorpetcare PetShop Online
Product Clicker

วิธีการวัดขนาดสุนัข เพื่อให้เหมาะสมกับ Crate หรือ Box หรือ กรงไฟเบอร์ ใส่สุนัข พฤศจิกายน 14, 2009

Posted by thonglorpetcare in ขนาด การวัดขนาด.
Tags: , , , , , , , , ,
add a comment

เป็นวิธการที่จะใช้ Box โดยที่ไม่มีขนาดใหญ่หรือเล็กเกินไป
การวัดขนาดตัวสุนัขทำได้ดังนี้

1.ความสูง (H) ของ Box
                  ให้วัดโดยการนำสุนัขมายืนตัวตรง คอตั้งตรง แล้วจับให้คางขนานกับพื้นแล้วให้วัดจากพื้นขึ้นมาถึงศีรษะ อาจจะถึงปลายหูเลยก็ได้ครับ

2.ความกว้าง (W) ของ Box
                  ให้ยืนหันหน้าเข้าหาสุนัขครับ แล้ววัดจากจุดที่กว้างที่สุดของหัวไหล่ของสุนัขข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่งวัดได้เท่าไร เอาไปคูณ2 เข้าไปอีก เพื่อให้สุนัขสามารถที่จะกลับตัวภายใน Box ได้

3.ความยาว (L) ของ Box
                   ให้วัดจากปุ่มกระดูกตรงหน้าอกด้านหน้าของสุนัข ให้ไปถึงท้ายสุดของช่วงบันท้ายวัดได้เท่าไร ให้นำมาบวก กับ ความยาวจากเท้าถึงขอศอกของสุนัข

*หมายเหตุ

            ขนาดที่ได้นั้นเป็นขนาดของสุนัขครับ  จากนั้นให้เราไปหาขนาดของ Box ที่มีขนาดไม่ต่ำกว่านี้ เพื่อไม่ให้สุนัขอึดอัดเกินไป
การนำสุนัขขึ้นเครื่องบิน แต่และสายการบินมีวิธีการวัดที่ต่างกัน ควรศึกษาให้ดีก่อนที่จะเลือกซื้อ Box มิฉะนั้น ทางสายการบินจะไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่อง

by Thonglorpetcare
Product กระเป๋าใส่สุนัข และแมว,กล่องไฟเบอร์,Pet Cargo

สิ่งที่ควรคำนึงก่อนเลี้ยงสัตว์ พฤศจิกายน 14, 2009

Posted by thonglorpetcare in คว่ามรู้ทั่วไป.
Tags: , , , , , , , ,
add a comment

           ในปัจจุบันด้วยวิถีชีวิตที่รีบเร่งของสังคมเมือง  ทำให้ใครหลายคนเกิดความเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า อ่อนแรงไปกับการทำงาน การจราจรที่คับคั่ง ซึ่งพบว่ามีหลายๆคนพยายามที่จะหาสิ่งที่จะมาเพิ่มสีสันให้กับชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว ช๊อบปิ้ง  การหาเวลาว่างเพื่อทำสิ่งต่างๆที่ตัวเองรักและชอบ และที่จะลืมกล่าวไม่ได้เลยก็คือ การเลือกที่จะมีสุนัขเป็นเพื่อนคลายเหงา แต่ใครจะรู้บ้างว่า? กว่าจะได้สุนัข หรือเพื่อนสี่ขามาเป็นส่วนหนึ่งของสมาครอบครัวเราสักหนึ่งตัวนั้น ต้องมีการเตรียมตัวเราและตัวเค้าอย่างไรบ้าง ซึ่งวันนี้สัตวแพทย์ประจำคลินิกอายุรกรรม โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ จะบอกให้ทราบกัน 
            จุดประสงค์ของการเลี้ยง เราคงต้องเรียนรู้ก่อนว่า  เราต้องการเพื่อนสี่ขา เพื่อมาอยู่กับเราในแบบใดบ้างบอกว่า อยากได้เป็น เพื่อน อยู่ในบ้าน แก้เหงา วิ่งเล่นตลอดเวลา บ้างบอกว่า เพื่อช่วยเป็นบอดี้การ์ดเฝ้าบ้านเพื่อให้อุ่นใจ  บ้างบอก อยากมีไว้เพื่อเป็นตุ๊กตาตัวน้อย เพื่อความสวยงาม  ดังนั้น ก่อนที่เราจะเลือกควรทราบว่า เรามีจุดประสงค์ เช่นไร 
            พันธุ์ นอกจากนี้ เราก็ตัดสินใจเลือกพันธุ์ที่เหมาะกับจุดประสงค์ แต่สิ่งที่ต้องทราบ ต่อจากนี้ ก็คือ พันธุ์ที่เราเลือก  มีอุปนิสัย ตรงกับความต้องการของเราหรือไม่ เนื่องจาก สุนัขในแต่ละพันธุ์ ก็มีความแตกต่างกันในด้านนิสัยพื้นฐาน 
            ขอดีขอเสียของแต่ละพันธุ์ ก็เป็นปัจจัยหนึ่ง  ที่ควรคำนึงถึง เนื่องจาก เวลาในการดูแลของ แต่ละคน จะแตกต่างกัน ทั้งนี้ การที่เราเรียนรู้ข้อดีข้อด้อย ไว้ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คุณควรเตรียมความพร้อม  ก่อนที่จะมีน้องสี่ขา 
            ลักษณะLife style ลักษณะ life style ของเรา ก็มีผลนะ หากผู้ที่สนใจจะเลี้ยงเป็นคนรักสันโดษ และชอบความเงียบ อาจจะเลือกสุนัขที่เล่นกับเราได้ แต่ไม่ถึงขนาดเป็น hyperactive ที่เล่นอยู่ตลอดเวลา เพราะอาจจะทำให้เกิดความหงุดหงิดได้ หรือบางคน ชอบความสนุกสนาน  แต่เลือกสุนัขที่มีลักษณะมีความเป็นส่วนตัวสูง ก็อาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรา รู้สึกไม่เพลิดเพลิน ดังนั้น หากเรา มีความเข้าใจตรงจุดนี้ ก็จะเป็นการเสริมความสุข และสีสันให้กับชีวิตเป็นอย่างมาก 
            พื้นที่ในการเลี้ยง เราพบว่า เป็นสิ่งหนึ่งที่มีความจำเป็น เนื่องจาก บางพันธุ์ ต้องการ พื้นที่ในการออกกำลังกาย เพื่อให้ เพื่อนสี่ขามีคุณภาพชีวิตที่ดี  เช่นในบางบ้านที่เลือกสุนัขพันธุ์ใหญ่  แต่หาก พื้นที่ที่เราจะเลี้ยงจำกัด อาจจะต้องมองดู สุนัขที่มีขนาดเล็ก หรือ ขนาดจิ๋ว  จะทำให้เรา สามารถ จัดสมดุลของการมีเพื่อนสี่ขาได้

            ข้อมูลดังกล่าวข้างต้น คงจะเป็นประโยชน์กับใครหลายๆคนนะ ในการประเมินตัวเองและน้องหมาก่อนที่เราจะตัดสินในที่จะเลี้ยงพวกเค้า เพื่อที่เราและเพื่อนแท้สี่ขาจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุข

by Thonglorpetcare
Product Toys,Snack

โรคข้อสะโพกเสื่อม พฤศจิกายน 14, 2009

Posted by thonglorpetcare in สุขภาพ สุนัข และแมว.
Tags: , , , , , , , , , , , ,
add a comment

หลายๆท่านที่เคยเลี้ยงสุนัขที่มีขนาดใหญ่อย่างเช่นพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ โกลเด้นรีทรีฟเวอร์เยอรมัน เชฟเฟอร์ด ร็อตไวเลอร์ หรือแม้แต่สายพันธุ์เล็กๆบางสายพันธุ์ก็ตามคงเคยประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคข้อสะโพกเสื่อม ซึ่งโรคดังกล่าวก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อการเดิน การใช้ชีวิตของเหล่าสุนัขเหล่านั้น หรือแม้แต่ตัวเจ้าของเองก็ตามโรคดังกล่าวก็คงก่อให้เกิดปัญหากับตัวท่านไม่ใช่น้อยเช่นเดียวกัน 
            ดังนั้นวันนี้ทีมสัตวแพทย์คลินิกข้อและกระดูกโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อจะมีช่วยไขข้อข้องใจต่างๆเกี่ยวกับโรคข้อสะโพกเสื่อม เพื่อให้รู้จักกับโรคดังกล่าวได้ดียิ่งขึ้น

ข้อสะโพกเสื่อม(Hip dysplasia) คือ 
           ข้อสะโพกเสื่อม (Hip dysplasia) คือ เป็นโรคที่เกิดจาดความผิดปกติในการเจริญพัฒนาของกระดูกข้อสะโพก ทำให้ข้อต่อมีรูปร่างและการเคลื่อนของข้อผิดปกติ ไม่คงที่    ซึ่งจะนำไปสู่การอักเสบถาวรตามมา 

สาเหตุ
สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมาจากหลายสาเหตุด้วยกันเช่น
1.เกิดจากพันธุกรรม
2.ได้รับสารอาหารที่ไม่สมดุล เช่น มีแคลเซียม วิตามินดี โปรตีนและไขมันเกินความต้อง การของร่างกาย 
3.สิ่งแวดล้อม เช่น เลี้ยงอยู่บนพื้นลื่น เกิดอุบัติเหตุบริเวณข้อ ออกกำลังกายหักโหม 

สายพันธุ์ที่มีโอกาสเกิดโรค
          
โรคข้อสะโพกเสื่มจัดเป็นโรคที่ก่อปัญหาเรื้อรัง ซึ่งมักพบในสุนัขพันธุ์กลางถึงใหญ่ เช่น ลาบราดอร์ โกลเด้นส์ อัลเซเชี่ยน ร็อตไวเลอร์ เกรดเดน และเซนต์เบอร์นาด เป็นต้น ส่วนสุนัขพันธุ์เล็กก็พบได้เหมือนกัน แต่มีโอกาสน้อยกว่า

อาการ 
            พบว่าสุนัขจะมีอาการปวดบริเวณข้อสะโพก ทำให้ไม่อยากเคลื่อนไหว เดินกะเพลก เดินระยะสั้นๆแล้วนั่ง ลุกลำบาก ร้องเจ็บเมื่อจับสะโพก  หากคลำที่ข้อสะโพกพบว่ามีลักษณะกรอบแกรบ(crepitus) หากพบอาการดังกล่าวควรรีบพามาพบคุณหมอเพื่อตรวจและเอ็กซเรย์โดยเร็วจะได้จัดระดับความรุนแรงและวางแผนการรักษาต่อไป   เนื่องจากหากปล่อยไว้นานก็ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูนานไปตามลำดับ โดยเฉพาะหากกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกฝ่อลีบไปแล้ว  ก็ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูมากกว่าปกติหรืออาจไม่สามารถกลับเป็นปกติและอาจกลายเป็นอัมพาตในอนาคตได้

การรักษา
            การรักษาในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น การรักษาทางยา การทำกายภาพบำบัด ธาราบำบัด และการผ่าตัด โดยจะเลือกใช้วิธีใดนั้นขึ้นกับอายุสัตว์ และระดับความรุนแรงของโรค

การป้องกัน
            หากท่านคิดว่าจะเลี้ยงสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงจำเป็นต้องป้องกันตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกสุนัขเข้าบ้าน โดยเลือกจากสายพันธุ์ที่ดี ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เลี้ยงด้วยอาหารที่มีประโยชน์ หรือยาบำรุงข้อและกระดูก มีความสมดุล และให้ออกกำลังกายอย่างถูกต้อง 

หลายๆคนคงรู้จักกับโรค้อสะโพกเสื่อมกันแล้วนะคะ ถ้ายังไงวันนี้กลับไปบ้าบแล้วคงต้องดูสุนัขของตนเองว่ามีการเดิน หรือความผิดปกติของสะโพกหรือไม่ ถ้ามีควรรีบนำไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษา ส่วนถ้าไม่มีก็ต้องเริมหันมาป้องกันไม่ให้เกิดโรค เพื่อสุนัขเพื่อที่แสนดีจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไงละครับ

by Thonglorpetcare
Product  Synoquin วิตามิน บำรุงกระดูก

5 ขั้นตอนในการเลี้ยงดูลูกสุนัข ชิวาวา แรกเกิด พฤศจิกายน 14, 2009

Posted by thonglorpetcare in สุขภาพ สุนัข และแมว.
Tags: , , , , , , , , ,
add a comment

5 ขั้นตอนในการเลี้ยงดูลูกสุนัข ชิวาวา แรกเกิด

5 ขั้นตอนในการเลี้ยงดูลูกสุนัข ชิวาวา แรกเกิด

เนื่องจากสุนัขพันธุ์ชิวาวาเป็นยสุนัขพันธุ์ที่เล็กที่สุดในโลก โตเต็มทีก็น้ำหนักไม่เกิน 2.7 Kg เพราะฉะนั้นลูกของชิวาวาแรกเกิดจึงตัวเล็กมาก และค่อยข้างที่จะเปราะบาง มีโอกาศเจ็บป่วยได้ง่ายได้จากปัญหาโรคภัยไขเจ็บ อุบัติเหตุจากการคลอด หรืออาจถูกสัตว์อื่นแอบเอาไปกินด้วยก็ได้

การดูแลลูกชิวาวาแรกเกิด มีด้วยกัน 5 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 : ระวังตกจากที่สูง

ไม่ควรนำลูกชิวาวาไปเลี้ยงไว้บนที่สูง เช่น โต๊ะ ตู้เตียง โซฟา หรืออะไรที่สูงกว่าระดับพื้นเด็ดขาด แนะนำให้เลี้ยงอยู่กับพื้นโดยมีผ้า หรืออะไรที่นุ่มๆมารองไว้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการพลัดตกจากที่สูง ทั้งนี้รวมถึงเจ้าของอุ้มไปเล่นด้วย ให้เล่นอยู่ที่พื้นถึงจะปลอดภัยที่สุด

ขั้นตอนที่ 2 : ให้นอนอยู่บนพื้นที่อุ่นๆ

เนื่องจากลูกชิวาวา แรกเกินนั้น อ่อนแอป่วยง่าย ดังนั้นหากพื้นที่นอนเป็นพื้นปูกระเบื้องหรือพื้นปูที่เย็นก้ทำให้ลูกหมาตัวเย็น หรืออุณหภูมในร่ายกายต่ำกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้ลูกหมาเป็นหวัดหรือตัวเย็นเกินไปก็ได้ ดังนั้นควรหาเบาะมารองพื้นที่นอน หรืออย่างนอนก็หาผ้ามาปูนอน ซึ่งเดี๋ยวนี้อาจใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปของผู่ใหญ่มาใช้ปูรองในนอนก็จะดี เพราะมีการซึมซับฉี่ได้ด้วยอีกต่างหาก

ขันตอนที่ 3 : ให้ลูกหมาพักผ่อนนอนอย่างเต็มที่

ช่วงลูกหมาที่เกิดใหม่มักจะมีคนมาสนใจ เพราะอยากที่จะดู อยากเห็น อยากอุ่ม อยากเล่นตลอด จนอยากที่จะไปเลี้ยง ทให้เป็นการรบกวนลูกหมาจนเกินไป ทำให้ลูหมาพักผ่อนไม่เพียงพอ และเกิดความเครียด อ่อนแอ เจ็บป่วยง่าย หรือ เฉาตาย ดังนั้น จึงควรที่จะปล่อยให้ลูกหมาชิวาวาได้นอนหลับอย่างเต็มที่ ห้ามรบกวนโดยไม่จำเป็น

ขั้นตอนที่ 4 : ให้นมแม่สิดีที่สุด

ลูกชิวาวาแรกเกิดนั้นต้องการภูมิคุ้มกันภูมิต้านทานที่มีอยู่ในน้ำนมแม่ (Colostrum) ของแม่ ซึ่งมีอยู่ใน 72 ชั่วโมงหลังตลอด ดังนั้น เราจึงควรให้แม่หมาเลี้ยงลูกหมาด้วยนมแม่หมา จะเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกหมา แต่ถ้าหากนมแม่มีปัญหา เช่น ไม่มีน้ำนมห หรือเต้าอักเสบ ทำให้ให้นมลูกหมาไม่ได้ กรณีเช่นนี้ เราก็ต้องจำเป็นต้องเป็นแม่นมแทนโดยใช้การป้อนนมให้ลูกหมาแทน ซี่งจะต้องมีอุปกรณ์ป้อนนมของลูกแมวมาใช้แทน เพราะของหมาอจจะใหญจนเกินไป ถ้าหาไม่ได้ ก็ขอแนะนำให้ใช้ไซริ้งค์ หรือกระบอกฉีดยาขนาด 3 ซีซี มาใช้แทนโดยป้อนครั้งละ 1-2 ซีซี ก็พอ ที่สำคัญก็คือนมที่ใช้ก็คือนมสำหรับลูกสุนัขเท่านั้น ห้ามใช้นมกล่องหรือนมข้นหวานโดยเด็ดขาด

ขั้นตอนที่ 5 : กระตุ้นการขับถ่ายทุกวัน

ปกติถ้าแม่หมาเลี้ยงดูลูกได้ แม่หมาก็จะเป็นตัวกระตุ้นให้ลูกหมาขับถ่ายด้วยการเลียตามตัวตามใต้ท้อง แต่ถ้าเกิดปัญหาแม่ไม่ยอมเลี้ยงเราก็ต้องทำหน้าที่นี้เอง ด้วยการใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดตัวเช็ดท้องแทนและควรนำลูกหมาออกจากเบาะนอน ลงมาคลานเล่นตามพื้นบ้าง โดยเฉพาะหลังการกินอิ่ม เพราะธรรมชาติของสุนัข คือ ตื่นจะฉี่ อิ่มจะอึ

5 ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับการเลี้ยงดูลูกชิวาวา แรกเกิดครับผม

น.สพ. จิระเดช ไตรรัตน์ถนอม
by Thonglorpetcare

ชนิดของสุนัข แบ่งแยกตามลักษณะงานของสุนัข พฤศจิกายน 13, 2009

Posted by thonglorpetcare in คว่ามรู้ทั่วไป.
Tags: , , , , , , , , , ,
add a comment

ชนิดของสุนัข แบ่งแยกตามลักษณะงานของสุนัข

Working Dogs เป็นสุนัขที่ถูกพัฒนามาเพื่อการใช้งานเฉพาะด้านหรือเฉพาะกิจ เช่น เฝ้ายาม บอดี้การ์ด ป้องกันตัว
เฝ้ายาม บอดี้การ์ด เช่น Doberman pinsher, Boxer, Rottweiler, Greatdane etc.
ต้อนฝูงสัตว์ เช่น German shepherd, Belgian-sheepgod, Australian cattle dog etc.
ช่วยชีวิต คนพิการ เช่น St’bernard, Newfoundland etc.
ลากเลื่อน เช่น Alaska malamute, Eskimo dog, Samoyed, Siberian husky etc.
Thai ridgeback สุนัขไทย หลังอาน เป็นสุนัขที่ต่างประเทศรู้จักกันใน Working dog เป็นสุนัขที่ถูกฝึกให้ช่วยได้
Hunting dogs สุนัขในสายพันธุ์กลุ่มนี้ จะถูกฝึกมาเพื่อใช้ในการล่าสัตว์โดยเฉพาะ โดยตรง จึงมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้สุนัขมีความ เร็ว ปราดเปรียว คล่องตัว และจมูกไว ดมกลิ่นได้ดี
รวด เร็ว ดมกลิ่นดี เช่น Pointer, Weimaraner, Spaniel, Griffon, Irish-setter, Beagle etc.
ขุด เจาะหา กระต่าย หนู เช่น Bassethound, Dachshund etc.
ว่ายน้ำเก่ง เก็บเหยื่อ เช่น English-setter, Golden retriever, Labardor retriever etc
Companion dogs เป็นสุนัขพันธุ์ที่ถูกพัฒนาโดยให้อยู่ร่วมกับมนุษย์ภายในบ้านได้ เพื่อเป็นเพื่อน เล่นกับเด็กๆ แถมยังเฝ้าบ้านได้ด้ว
เช่น Dalmatian, Poodle, Spitz, Schnauzer, Bull dog, Chow Chow, Pug, Sher-pai etc.
Grey Hounds พัฒนามาเพื่อการแข่งขันการวิ่งโดยเฉพาะ มีรูปร่างเพรียวบาง แข็งแรง ขายาว
เช่น Grey Hound, Whipper, Afghand hound etc.
ปัจจุบันการแข่งขันได้รับความนิยมน้อยลง จึงต้องปรับมาให้อยู่กับอยู่บ้านกันคนมากขึ้น เล่นกับเด็กได้
Terriers เป็นกลุ่มสายพันธุ์สุนัขที่นิยมเลี้ยงมาก เพราะน่ารัก สวยงาม ขนาดไม่ใหญ่ เลี้ยงง่าย รักเจ้าของ เฝ้าบ้านได้
เช่น Fox terrier, Bull Terrier, Scottish Terrier, Boston terrier
Toys สายพันธุ์ที่ถูกพัฒนามาเพื่อให้ตัวเล็กๆ จากสายพันธุ์เดิม อุ้มไปไหนมาไหนได้เนื่องจากข้อจำกัดของพื้นที่ที่อยู่อาศัย ข้อดี กินน้อย ถ่ายน้อย ไม่สร้างภาระให้แก้ผู้เลี้ยงดู
เช่น Pomeranian, Toy Spanail, Toy fox terrier, Maltese, Chihuahua, Pekingese,Shih-tzu, Yorkshier terrier, poodle toy etc.

by Thonglorpetcare

ตารางการเปรียบเทียบระหว่าง อายุสุนัข กับ อายุคน พฤศจิกายน 12, 2009

Posted by thonglorpetcare in ขนาด การวัดขนาด.
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
1 comment so far

ตารางการเปรียบเทียบ อายุสุนัข กับ อายุคน  

dog lover human

อายุของสุนัข  

คูณด้วย  

อายุของคน  

2 เดือน  

7  

14  

6 เดือน  

10  

5 ปี  

8 เดือน  

12.5  

9 ปี  

12 เดือน(ปี)  

14  

14 ปี  

18 เดือน(1ปี ครึ่ง)  

13.3  

20 ปี  

2 ปี  

12   

24 ปี  

3 ปี  

10 

30 ปี 

4 ปี 

9 

36 ปี 

5 ปี   

8   

40 ปี  

6 ปี 

7 

42 ปี 

7 ปี  

7  

49 ปี 

8 ปี 

7 

56 ปี 

9 ปี 

7  

63 ปี 

10 ปี 

6.5 

65 ปี 

11 ปี 

6.5 

71 ปี 

12 ปี 

6.3 

75 ปี 

13 ปี 

6.2 

80 ปี 

14 ปี 

6 

84 ปี 

15 ปี 

5.8 

87 ปี 

16 ปี 

5.6 

89 ปี 

by Thonglorpetcare

แบรนด์ “ทองหล่อเพ็ทแคร์”ขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด พฤศจิกายน 12, 2009

Posted by thonglorpetcare in Thoglorpetcare.
Tags: , , , , ,
add a comment

แบรนด์ “ทองหล่อเพ็ทแคร์”ขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด
                คอนเซ็ปต์ของแบรนด์ ทองหล่อเพ็ทแคร์ จะเน้นให้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงครบวงจรพร้อมคำแนะนำการเลี้ยงที่ถูกวิธี พร้อมด้วยบริการอาบน้ำ-ตัดขน ป้องกันเห็บหมัด ซึ่งเน้นบริการที่เปี่ยมด้วยคุณภาพสมกับที่โรงพยาบาลฯที่ได้รับมาตรฐาน ISO 9001:2000
               “ทองหล่อเพ็ทแคร์สาขาทองหล่อจะเป็นศูนย์รวมความหลากหลาย และความทันสมัยของตัวสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะเป็นมุมพักผ่อนสบายๆ ที่มีทั้งอาหารและเครื่องดื่ม(COFFEE CORNER) ไว้คอยบริการเจ้าของและสัตว์เลี้ยง แผนกจำหน่ายสินค้า และอาหารสัตว์เลี้ยง (PET SHOP) บริการจัดส่งสินค้า บริการอาบน้ำและตัดแต่งขนสัตว์เลี้ยง กำจัดเห็บ (GROOMING) สำหรับสุนัขโดยช่างผู้มีประสบการณ์ด้วยคุณภาพที่ได้ตามมาตรฐาน บริการรถรับส่งสัตว์เลี้ยง(PET TAXI )ที่นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกสบายแก่ลูกค้าที่ต้องพาสัตว์เลี้ยงไปใช้บริการนอกสถานที่ ยังเป็นรถหน่วยพยาบาลฉุกเฉิน ที่ให้บริการ รับ-ส่ง สัตว์ป่วยในกรณีเร่งด่วน ซึ่งโรงพยาบาลจะจัดเตรียมเจ้าหน้าที่พยาบาลและคู่มือการดูแลสัตว์ป่วยเบื้องต้นประจำรถ รวมทั้งมีอุปกรณ์และเครื่องมือพยาบาลที่มีคุณภาพ ให้บริการ เพื่อช่วยดูแลสัตว์ป่วยในระหว่างการนำส่งมายังโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อทุกสาขา ได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย”
                โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เป็นโรงพยาบาลสัตว์เอกชนแห่งแรก ในประเทศไทยและเอเซียที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO9001:2000 และมีการขยายและปรับปรุงคุณภาพการให้บริการในแผนกต่าง ๆ มาโดยตลอด เพื่อให้สามารถดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล โดยยึดความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าเป็นสำคัญ ปัจจุบันโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อมีแผนกต่าง ๆ เปิดให้บริการดังนี้ บริการสัตว์ป่วยนอก ประกอบด้วย บริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ห้องตรวจอายุรกรรมผู้ป่วยนอก(OPD)จำนวน 5 ห้อง ห้องตรวจพิเศษเฉพาะทาง (SPECIALTY CLINIC) จำนวน 7 ห้องได้แก่ คลีนิกโรคผิวหนัง คลินิกโรคหัวใจ คลินิกช่องปากและฟัน คลินิกโรคเนื้องอก มะเร็ง คลีนิคโรคตา คลินิกฝังเข็ม โดยมีสัตวแพทย์และอุปกรณ์การตรวจเฉพาะทางที่รักษาเฉพาะโรค เช่น โรคตา โรคผิวหนัง และภูมิแพ้ โรคหัวใจ การฝังเข็ม และโรคกระดูกและข้อ รังสีวินิจฉัยและ วินิจฉัยภาพอัลตร้าซาวด์ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ วินิจฉัยเซลล์มะเร็ง ปัจจุบันมีการให้บริการสัตว์ป่วยนอกวันละประมาณ 120-150 ตัว แผนกศัลยกรรม และวิสัญญีสัตวแพทย์ แผนกเอ็กซเรย์และอัลตราซาวน์ แผนกห้องปฏิบัติการวิเคราะห์เลือด ปัสสาวะ ย้อมเซลล์ ตรวจการติดโรคพยาธิหัวและพยาธิเม็ดเลือด แผนกสัตว์ป่วยในแยกส่วนจากกันเป็นหน่วยติดเชื้อทางเดินหายใจ หน่วยติดเชื้อท้องเสีย หน่วยกักกันเห็บหมัด หน่วยสัตว์ป่วยไม่ติดต่อ และรับฝากเลี้ยง

               นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลยังให้บริการแก่ลูกค้าชาวต่างประเทศด้วยเจ้าหน้าที่ และสัตวแพทย์ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี เช่นการตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงกรณีเดินทางออกนอกประเทศ สามารถให้คำแนะนำ การเตรียมการ และเอกสารต่างๆ ตลอดจน การให้บริการส่งเลือดไปตรวจ RABIES TITER(ระดับภูมิคุ้มกันต่อโรค) ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นข้อบังคับที่สำคัญที่ประเทศส่วนใหญ่ต้องการ เช่น ในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย ไต้หวัน ญี่ปุ่น ซึ่งทำให้สุนัขไม่ต้องถูกกักกันตัวที่สนามบิน JAPANEASE SERVICE CENTER ให้บริการกับลูกค้าชาวญี่ปุ่น เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันพฤหัส ตั้งแต่เวลา 10:00-15:00 น. บริการจัดส่งสินค้า หรือ DELIVERY จากแผนก THONGLOR PET CARE ศูนย์ติดตั้งบัตรประจำตัวสัตว์อิเล็กทรอนิกส์ บริการรับส่งสัตว์เลี้ยง [PET TAXI] ร่วมมือกับสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและรักษาสัตว์เลี้ยงทั้งภายในและต่างประเทศเพื่อ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ เทคโนโลยีการรักษาสัตว์ป่วยให้ได้รับประสิทธิ ผลสูงสุด

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.